วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

วงกบประตูขนาดเท่าใดถึงจะเหมากับการติดบาร์โหน

“พวกนายได้ยินเสียงครางมาจากผ้าห่อศพหรือเปล่าวะ”เพื่อนๆ ทุกคนไม่พูดแต่พยักเหมือนจะรับรู้รถกระบะบรรทุกศพคนตายและคนเป็นเปิดไซเรนและไฟฉุกเฉินวิ่งตามหลังรถ ตำรวจไป แต่อาสาสมัครคนที่นั่งอยู่กระบะทายรถใจเต้นระทึกตุบตั้บเพราะเกิดอาเพศมีเสียงครางของศพ

ดังเล็ดลอดออกมาจากห่อศพคนตาย ที่ผ้าดิบขาวเปีอนไปด้วยคราบเลือด ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุงทุกคนนั่งยอมรับชะตากรรม ที่ต้องมาเจอผีผู้หญิงโดนรถไฟชนตายหลอกต่อหน้าต่อตา เดี๋ยวมองหน้าก้น เดี๋ยวมอง บาร์โหนเพิ่มกล้าม ไปที่ศพคนตาย มันไม่มีความสุขใดๆ เลย ที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในสภาพอีหลักอีเหลื่อนั่งอยู่ก้บผีคนตายเช่นนี้ เสียงลึกลับของผู้หญิงยังครางเบาๆ ดังมาตลอด จะหยุดเฉพาะตอนที่รถวิ่งตกหลุมเท่านั่นเมื่อรถกู้ภัยวิ่งมาถึงโรงพยาบาล พวกเรายกห่อศพคนตายที่คลุมด้วยผ้าดิบใส่เปลของโรงพยาบาล เพื่อมอบให้พลเปลของโรงพยาบาลเข็นไปไว้ในห้องดับจิต ส่วนเพื่อนๆ ที่เหลือนำเอกสารต่างๆ ที่ตำรวจออกให้ มอบให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสานต่อ แค่นี้ก็หมดหน้าที่ของอาสาสมัครกู้ภัยห้วใจเต็มร้อยเพื่องานสาธารณะพากันข้บรถกลับไปประจำที่ฐานเดิมทำหน้าที่ของตนต่อไปคุณชนะเผยว่า ถัดจากนั่นมาหลายคืน บาร์โหนติดผนัง  มีชาวบ้านโดนผีคอขาดผู้หญิงหลอกตอนกลางคืน จนมีผู้หว้งดีไปตั้งศาลเพียงตาไว้ตรงที่เธอเสียชีวิตใกล้กับทางดัดถนนกับรถไฟ

 ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญดวงวิญญาณคนตายมาสิงอยู่ในศาล เพื่อจะไดไม่เป็นผีเร่ร่อนตามยถากรรมต่อไปถึงจะมีศาลเพียงตาตั้งไว้ให้ผีห้วขาด จากอุบ้ดิเหตุรถไฟชนตายอนาถสิงอยู่ และจุดประสงค์นอกจากจะไม่ให้เร่ร่อนไปหลอกชาวบ้านแล้ว ยังอยากจะให้ผีตนนี้ไต้มีที่อาศัยอยู่อย่างถาวร และก่อนอื่นใดผู้ตั้งศาลเพียงตายังมีความปรารถนาดี ไม่อยากจะให้ผีJL  คอขาดตนนี้ออกมาหลอนหลอกชาวบ้าน ที่ผ่านตรงถนนจุดตัดกับทางรถไฟอาสาสมัครกู้ภัยคุณชนะพูดจบยกมือเกาศีรษะ มีสีหน้าท้อแท้ถอดใจกับผีตายโหงคอขาดผู้หญิงตนนี้ ผู้เขียนดูได้จากการหายใจลึกๆ ของเขานั่นเองชาวบ้านยังนำดอกไม้ธูปเทียน ขายบาร์โหน และพวงมาลัยมากราบไหว้ผีตนนี้ อีกทั้งมีเครื่องเซ่นอาหารคาวหวานมาให้กินมิเคยขาด ไม่นึกว่าผีตนนี้จะเนรคุณตอบแทนชาวบ้าน ด้วยการอาละวาดหลอกอยู่เนือง ๆ และจะมีอาเพศอาถรรพณ์ตามมา ทุกปีจะต้องมีอุบดเหตุคนตายโหงตรงจุดนี้ จนชาวบ้านทนไม่ได้เชิญคนทรงเจ้ามาประทับร่างตรงเกิดเหตุนี้ได้ความกระจ่างว่า บริเวณที่เกิดอุยัตเหตุมีคนตายทุกปีนั้น เป็นเพราะผีตายโหงคอขาดเป็นผู้หญิง ต้องการชีวิตชาวบ้านมาอยู่แทน และตัวของผีตายโหงตนนี้

ทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ศาลนี้แล้ว hไม่รู้ว่าไปอยู่แห่งหนตำบลใดกัน จะมีแต่ผีตน'ใหม่ที่เพิ่งตายโหงมาอยู่แทน เป็นเรื่องยากที่จะไม่เกิดเรื่องร้ายจากอุบัติเหตุขึ้นที่เดิม มันเป็นความประสงค์ของผี ที่ล้างสมองและถ่ายทอดความคิดอาฆาตแค้นให้ผีจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อ'ให้มีตัวตายตัวแทนสืบกันต่อไปชาวบ้านได้ยินได้ฟังร่างทรงเจ้าบอก พากันขนลุกหน้าถอดสีมีความไม่สบายใจ กลัวว่าสักวันหนึ่งตัวเองอาจจะตาย หรือไม่อาจเป็นลูกหลานญาติพี่น้องของตนตายกลายเป็นความวิตกกังวลของชาวบ้านละแวกนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันนิมนต์พระผู้เรืองอาคมมาทำพิธีกรรมทางศาสนาและล้างคำสาปของผีตายโหงเพื่อต่อไปจะได้ไม่มีคนมาตายโหงตรงนี้อีก นั่นเป็นความเชื่อของ บาร์โหนยี่ห้อไหนดี  ชาวบ้านที่ใครจะไปห้ามไม่ได้ ต้องปล่อยให้พวกเขาเชื่อก้นต่อไปหากไม่ทำวิธีนี้ชาวบ้านก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว บางครั้งพิธีกรรมทางศาสนาบวกกับพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ได้ผลเหมือนก้น และตัวของเขาเองก่อนจะเก็บศพคนตาย

จะยกมือไหว้บอกกล่าวขอขมาโทษคนตายด้วย เรื่องลี้ลับเช่นนี้เราไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ อาสาสมัครกู้ภัยทุกคนรู้ดีคร้บ...จากประสบการณ์ของอาสาสม้ฅรกู้ภ้ย ได้พบเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติมาน้บไม่ถ้วน เจอทุกรูปแบบแต่ด้วยคุณงามความดีที่ได้ช่วยสังคม ทำให้เขาและเพื่อน ๆ ผ่านอุปสรรคมาได้ตลอด แต่ก็มีเพื่อนบางคนย้งมีบาปอยู่ จึงต้องร้บกรรมเจอภูตผีวิญญาณต่อไป

โหนบาร์

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

ปมของเชือกที่ถูกผูกสามารถใช้เป็นที่เกี่ยวกับสิ่งของได้


                                




บางคืนจะได้ยินพระสวดมนต์ด้งแว่วมา เสียงสวดมนต์ด้เย็นยะเยือกชวนขนลุกเกรียว พร้อมกับได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องด้งลั่นละแวกนั้น ยังมีเสียงเหล็กตีกระทบกันตามมา ในค่ายบางระจันแห่งนี้ มีอะไรลึกลับยากที่จะคาดเดาได้ น่าเชื่อว่าจะเป็นดวงวิญญาณของนักรบผู้กล้าบรรพชนของคนบางระจัน ที่ได้เสียชีวิตมานานกว่าสองร้อยปีผู้เล่าเป็นพระบวชมาหลายพรรษาแล้ว ได้เคยมานั้งสมาธิ กรรมฐานในค่ายบางระจันแห่งนี้หลายสิบครั้ง เพราะเหตุที่นี่สงบเงียบเหมาะสำหรับสงฆ์นั่งวิปัสสนากรรมฐานยิ่ง มีพระและสามเณรพากันมานั่งวิปัสสนากรรมฐาน และเดินจงกรมบ้าง ได้เจอกับหมู่ดวงวิญญาณผีปรากฏตัวยามวิกาล เล่นล่อเอาเถิดกับผีบรรพชนคนกล้านักรบแห่งบางระจัน ทำเอาพระสงฆ์และสามเณรตบะแตก
แหกโค้งพากันวิ่งหนีผีไปคนละทิศจนเกิดความอลหม่านวุ่นวายขึ้นมีพระและสามเณรวิ่งหนีผีนักรบแห่งค่ายบางระจัน  เชือกกระโดดราคาถูก หมดเรี่ยวหมดแรงเป็นลมล้มพับนอนแผ่หลาสองสลึง หมดสภาพความเป็นพระและเณรจริงๆ สิพับผ่า

พระและสามเณรพึ่งจะบวชยังไม่มีพระเวทกันผีหลอกไว้ป้องกันตัวสักรูป พอฟืนตื่นขึ้นมาแทนที่จะ
พบตัวเองนอนอยู่ในค่ายบางระจัน แต่กลับมานอนอยู่กลางป่ารกทึบซึ่งมารู้ภายหลังว่า ผืนป่าแห่งนี้อดีตเคยเป็นป่าช้าฝังและเผาศพคนตาย ทำเอาทั้งพระสงฆ์และสามเณรขวัญหนีดีฝ่อใจเต้นระทึกเขย่าประสาท ที่มานอนกับผีในป่าช้า และไม่รู้เหมือนกันว่าพากันมานอนในป่าช้าแห่งนี้ได้อย่างไร คงต้องค้นหาความจริงให้ปรากฏไม่มีใครรู้นอกจากคนเฒ่าคนแก่ในละแวกนั่น แล้วจะมีพระและสามเณรรูปไหนใจถึงกล้าไปถามญาติโยมคนเฒ่าคนแก่ ดีไม่ดีอาจถูกตำหนิ อย่างแรงจากญาติโยมหาว่าไปวุ่นวายจุ้นจ้านเรื่องของผี พระควรจะอยู่ส่วนพระ หากเจอลูกนี้เข้าเต็มๆ ทั้งพระและเณรจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนและอีกรายเป็นชายสูงอายุห้อยพระเครื่องและเครื่องรางของขลังเต็มคอ ดูแล้วน่าศรัทธาเลื่อมใส แลหรือแกจะเป็นหมอผีหมอคุณไสย ผู้เขียนจึงเดินเลียบๆ เคียงเข้าไปคุยด้วยได้ความจริงว่าใช่เมื่อก่อนหลายสิบปีแกเคยเป็นหมอผี พออายุมากขึ้นสังขารไม่เอื้ออำนวยให้ความจำไม่ค่อยดีขี้หลงขี้ลืม ยามที่บริกรรม
อาคมมักจะท่องขาดๆ เกินๆ คาดเชือก และผิด จึงทำให้พิธีกรรมไม่ขลัง แกรู้ตัวจึงวางมือเสียเลย แล้วเปลี่ยนอาชีพมาเปีนหมอดู และขายพระเครื่องกับเครื่องรางของขลัง เพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง ลำพิงเงินผู้สูงอายุ
ที่รัฐบาลให้เดือนละ ๕๐๐ บาท ไม่พอยาไส้หรอก ต้องหาอาชีพเสริมช่วยเหลือตัวเอง จะทำจนกว่าจะหมดลมหายใจนั่นแหละผู้เขียนสมมติชื่อเฒ่าสอน แกมืเลือดเนื้อเชื้อไขชาวบางระจันแต่กำเนิด หากนับเครือญาติกันแล้ว นายจันหนวดเขี้ยวเป็นบรรพชนตระกูลของแก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากที่แกมืสายเลือดนักสู้แห่งบางระจันเฒ่าสอนได้เล่าต่อว่า แกมาขายพระ นั่งดูหมอทำนายดวงชะตาชีวิตให้แก่นักท่องเที่ยว พอง่วงจะกางเตียงผ้าใบเอนหลับงีบเอาแรง จันเสาร์-อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะมากันเยอะ ข้าวของขายตีและมีลูกค้าอุดหนุนมีเงินติดกระเป๋าไว่ใช้ หากเป็นจันธรรมดาจะเงียบเหงาไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวแกเล่าว่า เชือกกระโดดไร้สาย ทุกครั้งที่แกม่อยหลับจะฝันเห็นผีเป็นนักรบบางระจัน ศีรษะคาดผ้ายันต์สีแดง ห้อยตะกรุดเสกอาคม สวมเสื้อกั๊กลงยันต์และอาคม บ้างมีรอยลักยันต์เต็มตัว ผีเหล่านั่นเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง ใบหน้าผีทุกตนเศร้าและหมองคลํ้าไม่พูดไม่จากับผูใดผีเหล่านี้จะเดินไปเดินมาทั่วค่ายบางระจัน เหมือนจะเฝัาระแวดระจังค่าย มิให้ทหารพม่าจู่โจม แกพยายามจะคุยกับผีเหล่านั่นด้วย แต่ไม่มีผีตนไหนคุยกับแก แกไม่มีเรื่องคุยอะไรมาก จะขอเลขเด็ด ๓ ตัวบนไปแทงหวยเท่านั่น หรือพวกผีจะรู้ล่วงหน้าว่าแกจะมาขอเลขเด็ดไปแทงหวย จึงไม่มีผีตนไหนคุยกับแก มีความเปีนไปได้สูงและอดีตมีนักท่องเที่ยวมาจุดธูปสักการะกราบไหว้สิ่งศ'กดิ้สิทธี้ในค่ายบางระจัน กลับไปชื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลใหญ่ แล้วมาแก้บนด้วยอาหารคาวหวานพร้อมกับมีมหรสพ แกอยากจะรวย
เหมือนเขาบ้าง

 จึงตั้งใจจะขอเลขเด็ดๆ แค่ ๓ ต้วบนจากผีบรรพชนคนกล้าเท่านั้น แต่ต้องผิดหวังไม่มีผีตนไหนคุยกับแกเลย แล้วอย่างนี้แกจะทำบุญอุทิศกุศลไปให้ผีเหล่านี้หรือ เมื่อใจจืดใจดำแทงกั๊กอย่างนี้ แล้วแกจะช่วยไปทำไม ปล่อยให้ผีเหล่านี้อดไม่ดีกว่าหรือผีที่ค่ายบางระจันน่ารักทุกตน แต่-จะเฮี้ยนกับผู้ที่'ไม่หวังดีอาฆาตผูกพยาบาทเอาถึงตาย เมื่อก่อนโน่นเคยมีแก๊งหาของเก่าโบราณ จะตระเวนตามวัดและสถานที่โบราณเก่าแก่ พอสบโอกาสก็จะขโมยเอาของมีค่าไปขายในตลาดมืด พวกมันนึกว่าในค่ายบางระจัน คงจะมีของมีค่าอายุเป็นร้อยๆ ปี ส่งคนเข้ามาหาข่าวในค่ายแห่งนี้ ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวถามโน่นถามนี้กับผู้เกี่ยวข้องพอได้ข้อมูลแล้วจะกลับไปพอโอกาสเหมาะยามวิกาล จะขับรถพร้อมอุปกรณ์จัดแงะมา
ที่ค่ายบางระจัน พวกมันได็ใข้ชะแลงจัดประตูโบสถ์ที่ทำจากไม้สักจนพัง เข้าไปอุ้มพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์บรรทุกใส่รถ ยังไม่ทันได้ข้บรถออกจากค่ายบางระจันเลย พวกมันก็เจอดีมีผีนักรบผู้กล้า แห่มารายล้อมรถของคนร้ายไวัมิให้หนี เจ้าคนร้ายเป็นหัวหน้าเห็นทำไม่ดีใข้ปีนยิงใส่คงจะนึกว่าเป็นคน แต่กระสุนทำอะไรพวกผีไม่ได้ตรงกันข้ามพวกมันโดนผีนักรบผู้กล้ารุมทำร้ายสะบ้กสะบอมหนีไม่ได้นอนฟุบสลบอยู่ข้างรถจนกระทั่งเข้า...มีชาวบ้านมาเห็นคนพวกนี้นอนสลบอยู่ และเห็นท้ายรถมีพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์วางเต็มไปหมด จึงแน่ใจว่าต้องเป็นหัวขโมย อุปกรณ์ออกกำลังกาย  ได้'ช่วยกันเอาเชือกมีดมีอมีด้ขา'ไว้ ก่อนจะแจ้งไปยังโรงพักให้ตำรวจมาจับ ลากคอเข้าห้องขังชดใช้กรรมในคุกต่อไปเป็นเรื่องกฎแห่งกรรม คนไม่เห็น แต่ผีเห็นจึงรุมกันลงทัณฑ์คนร้ายจนสลบบางครั้งผีก็มีประโยชน์สร้างอะไรดีๆเหมือนผีที่ค่าย
บางระจันนะจะบอกให้นั่นเป็นเรื่องราวของเฒ่าสอน เล่าประสบการณในอดีตให้ผู้เขียนฟังเพียงบางส่วน ผู้ใดผ่านค่ายบางระจ้นไป อย่าลืมไปกราบไหว้ล่งศักดิสิทธิ ขอสิริมงคลและขอพรให้เดินทางไปกล้บโดยสว้สดิภาพด้วย และผีน้กรบบางระจ้นเฮี้ยนและดุมากด้วยนะจะบอกให้

เชือกกระโดดนับรอบ

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันเพ็ญ คือนักเล่นบาร์โหนที่แข็งแรงที่สุด ตอนจบ

สาวพิการวันเพ็ญร้องขึ้น “โธ่ น้า หากรู้ใครเล่าจะทำเท่ากับแย่งผัว
คนอื่น พูดตามจริงนะ จะชั่วดีถี่ห่าง เรื่องผู้ชายไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก สำหรับ
ฉัน แต่ที่หลวมคัวเพราะหลงเชื่อ’’ ผมพยักหน้าเป็น,ว่ารับ! แล้วให้หล่อนเล่าต่อ
วันรุ่งขึ้นเรณูมาแต่เช้าทีเดียว ตะโกนลั่นหน้าบ้าน “ไอ้ตัวแสบตื่นหรือ
ยัง” จำหน่ายบาร์โหนนำเข้า  วันเพ็ญร้องตอบ “ยังเลยเข้าบ้านก่อนสิ” ยังเทำใจดีเชื้อเชิญ แต่เขา
กลับกระชากเสียง “ไม่โว้ย ปลุกมันให้ลุกขึ้นมาพูดกันหน่อยจะเอาอย่างไง”
วันเพ็ญทำตามเข้าไปเรียก “พี'ทิต ตื่นเถอะ คนเมื่อวานนี้มาแล้ว เร็ว
เหยงๆอยู่ฒ้าฆ้วน”ผัวของฉันคงกลัวน่าดูพรวดพราดลุกเร็วขึ้นนั่ง มองซ้าย
ขวาแล้วบอก “เอ้ย ตายละ กันไว้อย่าให้เข้ามานะ กูตายแน่”
ขาดคำ เสียงเรณูดังขึ้นพร้อมประตูห้องเปิดผลัวะ “ไม่ทันแล้วไอ้ทิต
ไหนบอกเข้าเวร ทืนี้มึง  บาร์โหนติดผนังบ้าน ได้รับกรรมละ”
สิ้นเสียงกราดเข้าจิกผมกระชากอย่างแรง จนหล่นจากเตียงกลิ้งตาม
แรง อุปกรณ์ฟิตเนส ไปปะทะข้างฝา ร้องด้วยความเจ็บ “โอ๊ย” รีบลุกนั่ง นางเรณูตอนนั้นหน้า
แดงกาด้วยความโกรธ ก้าวเข้าหายกตีนที่ใหญ่เบ่อเริ่มสมกับรูปร่างที'อ้วนตุ๊
ซ้ำสูงใหญ่อีกต่างหากเป้าหมายกลางแสกหน้า
ผมฟังแล้วนึกภาพถึงกับต้องยิ้มด้วยอารมณ์ขำ จึงพูดขัดจังหวะขึ้น
“มินำสะประทิตกึงกลัว”นางวันเพ็ญหญิงขายอาหารปลาพยักหน้าตอบ “ใช่
เหมือนแมวกวดห,กูเลยละน้า”
“พอพี่ทิตเห็นว่าเมียเขาจะกระทืบ รีบปีนขึ้นขี้หน้าบอก อย่านะมึงกู
แจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกายด้วยเอ้ๆ”
“อหิโธ่” ผมร้องขึ้น “ทำเป็นเด็กไปได้ แล้วนางยักษ์นั่น (ผมตั้งฉายา
ให้) หยุดไหม”ได้รับคำตอบ “อย่าว่าแต่หยุดเลย”
ไม่พูดลักคำทุ่งเข้าหาใช้ทั้งตัวกระแทกอัดกับข้างฝาสองสามครั้ง จน
พี่กิตร้องขึ้น “เอ้า เอาให้ตาย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย”
เขาร้องอย่างเจ็บปวดตามแรงที่ถูกกระแทก คงหายใจไม่ออกด้วย เรญ
คงเหนื่อยเหมือนกันจึงหยุดยืนหอบ พี่กิตร่วงผล็อยกองลงพื้นคอพับกับไหล่
นึกภาพแล้วคงเหมือนมวยปลํ้าถูกคู่ต่อล้อัดกับมุมจนสะบักสะบอม
ได้ซักต่อ “แล้วอย่างไงอีก”
เรญเท้าเอวร้องถามกับชี้หน้าฉัน “มึงจะกลับบ้านหรือจะอยู่กับอีนํ้า
ใต้ศอกนี่”
เฮ้อ ตอนนั้นอายเหลือเกิน จึงพูดกับเขาดีๆ “ทำไมว่ากันอย่างงี้ละพี่”
เท่านั้นแหละได้เรื่อง หันขวับมาเลย ชี้หน้ากับบอก “มึงอยากเจ็บอีกคนใช่ไหม
อีหน้าสวย”
นางวันเพ็ญบอกต้องรีบยกมือโบกไปมา “ไม่จ้ะ เอาไปเถอะผัวน่ะฉัน
ยกให้”

บาร์โหนเดี่ยว

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บาร์โหน อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ไม่ควรมองข้าม





“หาพวกแมลง กิ้งก่า ปลาในแอ่งนา บางครั้งใช้หนังสติ๊กที่แม่มันซื้อไว้เป็นของเล่นยิงนกนำมาเผา บาร์โหนสนามเด็กเล่น ผักหญ้าในปาไอ้แก้วฟาดดะเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดก็นึกถ้าเป็นผมหรือใครก็เถอะ สามวันไม่เป็นโรคขาดอาหารก็เดดสะมอเร่ไม่มีปัญญาหาปลาผักลงท้องได้หรอก น่านับถือจริงไอ้แก้ว”หลวงพี่บอกมันเลี้ยงตัวอยู่ได้เกือบเดือนจนท่านไปปัก กลดไม,ห่างจากกระต๊อบเจ้าแก้วมากนัก เช้าจะเดินเข้าหมู่บ้านเห็นมันนั่งจ๋องใต้ถุน จึงถาม“ไอ้หนูอยู่กับใคร” ตอนนั้นมันสีหน้าหวาดกลัว คงไม่เคยเห็นพระมาก่อน จึงนั่งนิ่งไม่พูดจา ได้แต่สั่นหน้าจนอาตมาเช้าหมู่บ้านก็ถามไถ่พวกชาวเขาชายหญิงจึงรู้เรื่อง เมื่อกลับมาถึงเอาอาหารที่บิณฑบาตได้แบ่งให้ “คุณหนอมเอ๋ย ฉันแทบน้ำตาร่วงวานาเดียม ให้อะไรไปมันเทใล่จานรวมกันหมด ใช้มือเปีบเข้าปาก บาร์โหนอลูมิเนียม แล้วเงยขึ้นมองอาตมา”เจ้าแก้วกินได้สองสามคำ ลุกขึ้นเดินไปที่กองเฒ่าถ่านซึ่งเผายายของมัน ขยุ้มข้าวจากจานเก่าครํ่าคร่าวางลงที่พื้นดิน แล้วพูดทั้งนํ้าตา“ยาย กินข้าวซะ”เปิบเข้าปากตัวเองคำนึงหยิบวางให้ยายมันด้วย น่าเวทนาเหลือเกินก็เลยนึกว่าหากปล่อยไว้เด็กคนนี้คงเหมือนทาชานตํในหนัง สมัยก่อนแน่ กลับไปที่กลดนั่งคิด“นี่แหละชีวิตคนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ยากดีมีจนล้วนต้องใช้กรรมทั้งนั้น เจ้าแก้วคงทำพื่งใดที่เป็นบาปแต่ชาติปางก่อน เพราะยังเล็กนัก คงไม่ไปก่อกรรมทำเข็ญกับผู้ใดได้ในชาติปัจจุบัน และที่แน่ใจกรรมตามมาจากชาติก่อนเพราะเจ้าหนูน้อยมันรักยาย ก็ถึงขนาดตายแล้ว ยังมีกะใจเอาข้าวให้กินแสดงมีความกต้ญญ  บาร์โหนคู่ เพราะ ฉะนั้นคงไม่ใช่กรรมจากชาตินี้แน่”“อาตมาเชื่อว่าพรหมลิขิตเขาขีดให้มัน ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวชั่วระยะหนึ่ง จึงหาวิธีจะทำอย่างไรให้ยอมไปด้วยกับอาตมา เพราะรู้จากใครต่อใคร แล้ว เจ้าแก้วไม่ยอมเข้าหเยู่บ้าน ที่หลายคนชักชวน และเหมือนมันใช้เวรหมดแล้ว”“ระหว่างเฝานั่งคิดหาวิธี เห็นเจ้าเด็กน้อยย่องกริบมานั่งหน้ากลด มองฝานจากด้านใน มันกอดเข่ามองอาตมาเฉย ประกอบบาร์โหน ” ก็เลยเรียก'ให้เข้ามาข้าง'ในแล้วชวนมันคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้เพลินแล้ว สุดท้ายพูดกับมัน “จะอยู่อย่างนี้ในปาคนเดียวไม่ได้หรอก อันตรายทั้งนั้นไปกรุงเทพฯ กับหลวงพ่อเอาไหม”เจ้าแก้วก็ว่ามันห่วง คิดถึงยายจะอยู่คนเดียว ต้องอธิบายอีก “ยายเอ็งน่ะไปอยู่ยังที่ดีแล้ว1ไม่ต้'!องห่วง เข้ากรุงเทพฯ ด้วยกันนะ” มันคิดอยู่ชั่วครู่จึงพยักหน้ารับ ฉันเลยเดินทางกลับในวันนั้น หลังจากเจ้าแก้วไปนั่งกราบกองเถ้าถ่านพูดงึมอะไรของมันไปตามเรื่อง คงลายายน่ะนะ

วิธีติดบาร์โหน